10ประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก
1. อิรัก (Iraq)
อิรัก ซึ่งครั้งอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมของโลก มาบัดนี้กลายเป็นประเทศสวรรค์แห่งก่อการร้าย แม้สงครามอ่าวใน ค.ศ.1990 ซึ่งทหารฝ่ายอิรักเสียชิวิตกว่า 100,000 นายในการปะทะกับกองกำลังฝ่ายพันธมิตรจะจบไปแล้ว แต่จุดที่หมายสำคัญๆ ในอิรักก็ยังคงถูกโจมตีอยู่เป็นเพราะขบการก่อการร้ายนั้นยังคงเกลียดชัง ตะวันตก ซึ่งเห็นได้ข่าวอยู่เป็นระยะๆ คนตายเพราะมือระเบิดฆ่าตัวตายแทบเป็นปกติ อีกทั้งสองมุสลินก็หาเรื่องฆ่ากันตายไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งล่าสุดโอบาม่าคิดวางแผนถอนกำลังทหารจากอิรักซึ่งผมบอกเลยว่าเป็นเรื่อง ยากมากๆ
2. อัฟกานิสถาน (Afghanistan)
กอง ทหารตาลีบันยังคงต่อด้านสหรัฐอยู่และประเทศนี้ยังมีทั้งกับระเบิดและการก่อ การร้ายต่างๆ อยู่เยอะ แม้สหรัฐจะขับไล่แต่สงครามในอัฟกานิสถานยังไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น
3. เชชเนีย (Chechen Republic)
เชช เนีย เป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองของสหพันธรัฐรัสเซีย และยังเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัสเซียอีกด้วย ที่อันตรายระดับ 3 ก็เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มกบฏเชเชนยังเคลื่อนไหวก่อการร้ายอยู่เนื่องๆ มักใช้การจับพลเรือนเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องความสนใจจากนานาชาติเกี่ยวกับการเรียกร้องเอกราชของพวกเขา
หลัง สิ้นสงครามเชเชนครั้งแรกในปี 1996 เชเชนกลายเป็นดินแดนไร้กฎหมาย กลุ่มขุนศึกที่เป็นปฏิปักษ์กันก่อศึกรบราฆ่าฟันกันเองอย่างดุเดือด การลักพาตัว และฆาตกรรม มีการจับตัวชาวต่างชาติที่ทำงานให้ความช่วยเหลือไปคุมขังนานนับปี ข้อมูลจากบริษัทความมั่นคง Kroll Associates UK คาดการณ์ว่า ในปี 1998 มีชาวต่างชาติถูกจับเป็นตัวประกันในเชชเนียราว 100 คน
4. แอฟริกาใต้ (The Republic of South Africa)
เป็น อีกอันดับ ที่ผมไม่รู้ติดได้ยังไง ความจริงนี้ประเทศแอฟริกาใต้นี้เจริญมาก แถมเป็นเวทีในการจัดมหกรรมฟุตบอลโลกด้วย ผมว่ามันอาจเป็นเพราะปัญหาการแบ่งแยกผิวสีในประเทศระหว่างคนผิวขาวกับคนผิว ดำที่มักมีปัญหากระทบกระทั้งเป็นระยะ จนเกิดการจารชนอยู่บ่อยครั้งก็เป็นไปได้
5. จาเมกา (Jamaica)
จา เมก้า(บางคนเรียกจาไมก้า) ประเทศนี้ไม่มีกลุ่มก่อการร้ายก็จริง แต่คนดำแถบคาริบเบียนนี่นี้หน้าตาจะไม่ค่อยรับแขก และหารอยยิ้มก็ยากเหลือเกิน (ขนาดยิ้มให้แล้วยังไม่ยอมยิ้มกลับ) ค่าครองชีพที่นี่สูงมาก แต่ความสะดวกสบาย ความเจริญต่ำ และไว้ใจใครไม่ค่อยได้ อาชกรรมเยอะ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาว่างงานสูงและปัญหายาเสพต์ติด โรคเอดส์
6. ซูดาน (Sudan)
ซูดาน ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ถูกบริหารโดยรัฐบาลทหารและพลเรือนอย่างไร้เสถียรภาพต่อเนื่องกันมา นับตั้งแต่ประเทศแห่งนี้ได้รับเอกราชในปี 1956 ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมายาวนานระหว่างชาวมุสลิมอาหรับทางตอนเหนือของซูดาน (เป็นที่ตั้งของรัฐบาล) และแอฟริกันผิวดำที่เป็นชาวคริสต์ทางตอนใต้ ความขัดแย้งดังกล่าวรุนแรงขึ้นภายหลังการกฎหมายชาเรียในปี 1983 ในรัฐบาลของประธานาธิบดีไนเมอรี กองทัพปลดปล่อยชาวซูดาน (เอสพีแอลเอ) เริ่มโจมตีภาคเหนือหนักขึ้นจนถึงขั้นสงครามกลางเมืองเต็มรูปในกลางทศวรรษ 1980 การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายการเมืองของกลุ่มเอสพีแอลเอมีขึ้นในปี 1988/9 แต่ก็มีอันต้องล้มเลิกไปเพราะสถานการณ์ต่างๆ ตอนที่นายพลโอมาร์ ฮัสซัน อาห์หมัด อัล-บาชีร์ทำรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนมิถุนายน 1989 ในทศวรรษที่ 1990 กองกำลังรัฐบาลได้เปิดฉากการโจมตีทางอากาศไปยังเป้าหมายพลเรือนในซูดานตอน ใต้ คาดว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้มากกว่า 1.2 ล้านคน เหตุการณ์นี้เองที่สร้างความย่อยยับให้กับเศรษฐกิจของซูดาน
7. ไทย (Thailand)
คุณ คงรู้แล้ว ผมคงไม่เล่าอะไรมาก แต่มีข้อมูลเสริมนิดหน่อยตรงที่ประเทศไทยยังเป็นประเทศสวรรค์ในการค้ามนุษย์ อาชญากรข้ามชาติ และสนับสนุนการก่อการร้าย อย่างที่เห็นในข่าว เช่น การให้ขบการก่อการร้าย อัล มานาร์ เช่าสัญญาณดาวเทียมไทยคมเผยแพร่รายการไปทั่วโลก การสนับสนุนที่ซ่อนตัวอาชญากรระดับโลกระเบิดบาลี
8. โคลัมเบีย (Columbia)
สงคราม กลางเมืองในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดของโลก ได้ดำเนินมาโดยไม่มีผู้ใดห้ามปรามถึง 35ปีแล้ว แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตนับพันๆ คน กำลังคนราว 15,000 นายจากฝ่ายกองโจรกลุ่มต่างๆ ห้ากลุ่มสามารถควบคุมพื้นที่ในชนบทไว้ได้ถึง 60% ฝ่ายตรงข้ามกับพวกกบฏก็คือกองกำลังรักษาความมั่นคงของโคลอมเบีย และกลุ่มทหารฝ่ายขวาที่ไม่ได้สังกัดหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งรู้จักกันในว่าองค์กรกึ่งทหาร ถึงตอนนี้อำนาจเศรษฐกิจและการเมืองของโคลอมเบียยังคงอยู่ในมือของชนชั้นสูง ซึ่งเป็นผู้บริหารมาโดยตลอด แต่ความขัดแย้งในประเทศนี้มีมากกว่าเรื่องการเมือง แต่สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของประเด็นความขัดแย้งได้แก่การควบคุมกเส้นทางขน ย้ายยาเสพย์ติดและการคอรัปชั่นต่างหาก
9. เฮติ (Haiti)
เฮ ติไม่มีกลุ่มขัดแย้งทำไหร่ แต่ปัญหาก็คือประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตค่อนข้างต่ำ และสุขอนามัยต่ำ ล่าสุดมีการก่อการจลาจลปัญหาความยากจนและวิกฤตราคาอาหารแพง ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วหลายราย
10. เอริเทรีย (Eritrea)
ใน ปี 1993 เอริเทรียก็ได้รับเอกราชภายหลังการต่อสู้อันยาวนาน แต่มีปัญหากับเอธิโปเปียเรื่องเแนวพรมแดนที่ทอดยาวระหว่างกัน การต่อสู้ได้ปะทุขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.1998 ในบริเวณซึ่งเรียกว่าสามเหลี่ยมแบดเม ซึ่งมีพื้นที่ 400 ตร. กม. การต่อสู้ระหว่างสองประเทศเป็นเหตุให้ประชาชนนับร้อยล้มตายลงและอีกนับพัน ไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อถึงเดือนเมษายนปี 2000 การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบ
1. อิรัก (Iraq)
อิรัก ซึ่งครั้งอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมของโลก มาบัดนี้กลายเป็นประเทศสวรรค์แห่งก่อการร้าย แม้สงครามอ่าวใน ค.ศ.1990 ซึ่งทหารฝ่ายอิรักเสียชิวิตกว่า 100,000 นายในการปะทะกับกองกำลังฝ่ายพันธมิตรจะจบไปแล้ว แต่จุดที่หมายสำคัญๆ ในอิรักก็ยังคงถูกโจมตีอยู่เป็นเพราะขบการก่อการร้ายนั้นยังคงเกลียดชัง ตะวันตก ซึ่งเห็นได้ข่าวอยู่เป็นระยะๆ คนตายเพราะมือระเบิดฆ่าตัวตายแทบเป็นปกติ อีกทั้งสองมุสลินก็หาเรื่องฆ่ากันตายไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งล่าสุดโอบาม่าคิดวางแผนถอนกำลังทหารจากอิรักซึ่งผมบอกเลยว่าเป็นเรื่อง ยากมากๆ
2. อัฟกานิสถาน (Afghanistan)
กอง ทหารตาลีบันยังคงต่อด้านสหรัฐอยู่และประเทศนี้ยังมีทั้งกับระเบิดและการก่อ การร้ายต่างๆ อยู่เยอะ แม้สหรัฐจะขับไล่แต่สงครามในอัฟกานิสถานยังไม่สิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น
3. เชชเนีย (Chechen Republic)
เชช เนีย เป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองของสหพันธรัฐรัสเซีย และยังเป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัสเซียอีกด้วย ที่อันตรายระดับ 3 ก็เพราะปัจจุบันนี้กลุ่มกบฏเชเชนยังเคลื่อนไหวก่อการร้ายอยู่เนื่องๆ มักใช้การจับพลเรือนเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องความสนใจจากนานาชาติเกี่ยวกับการเรียกร้องเอกราชของพวกเขา
หลัง สิ้นสงครามเชเชนครั้งแรกในปี 1996 เชเชนกลายเป็นดินแดนไร้กฎหมาย กลุ่มขุนศึกที่เป็นปฏิปักษ์กันก่อศึกรบราฆ่าฟันกันเองอย่างดุเดือด การลักพาตัว และฆาตกรรม มีการจับตัวชาวต่างชาติที่ทำงานให้ความช่วยเหลือไปคุมขังนานนับปี ข้อมูลจากบริษัทความมั่นคง Kroll Associates UK คาดการณ์ว่า ในปี 1998 มีชาวต่างชาติถูกจับเป็นตัวประกันในเชชเนียราว 100 คน
4. แอฟริกาใต้ (The Republic of South Africa)
เป็น อีกอันดับ ที่ผมไม่รู้ติดได้ยังไง ความจริงนี้ประเทศแอฟริกาใต้นี้เจริญมาก แถมเป็นเวทีในการจัดมหกรรมฟุตบอลโลกด้วย ผมว่ามันอาจเป็นเพราะปัญหาการแบ่งแยกผิวสีในประเทศระหว่างคนผิวขาวกับคนผิว ดำที่มักมีปัญหากระทบกระทั้งเป็นระยะ จนเกิดการจารชนอยู่บ่อยครั้งก็เป็นไปได้
5. จาเมกา (Jamaica)
จา เมก้า(บางคนเรียกจาไมก้า) ประเทศนี้ไม่มีกลุ่มก่อการร้ายก็จริง แต่คนดำแถบคาริบเบียนนี่นี้หน้าตาจะไม่ค่อยรับแขก และหารอยยิ้มก็ยากเหลือเกิน (ขนาดยิ้มให้แล้วยังไม่ยอมยิ้มกลับ) ค่าครองชีพที่นี่สูงมาก แต่ความสะดวกสบาย ความเจริญต่ำ และไว้ใจใครไม่ค่อยได้ อาชกรรมเยอะ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาว่างงานสูงและปัญหายาเสพต์ติด โรคเอดส์
6. ซูดาน (Sudan)
ซูดาน ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ถูกบริหารโดยรัฐบาลทหารและพลเรือนอย่างไร้เสถียรภาพต่อเนื่องกันมา นับตั้งแต่ประเทศแห่งนี้ได้รับเอกราชในปี 1956 ก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นมายาวนานระหว่างชาวมุสลิมอาหรับทางตอนเหนือของซูดาน (เป็นที่ตั้งของรัฐบาล) และแอฟริกันผิวดำที่เป็นชาวคริสต์ทางตอนใต้ ความขัดแย้งดังกล่าวรุนแรงขึ้นภายหลังการกฎหมายชาเรียในปี 1983 ในรัฐบาลของประธานาธิบดีไนเมอรี กองทัพปลดปล่อยชาวซูดาน (เอสพีแอลเอ) เริ่มโจมตีภาคเหนือหนักขึ้นจนถึงขั้นสงครามกลางเมืองเต็มรูปในกลางทศวรรษ 1980 การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายการเมืองของกลุ่มเอสพีแอลเอมีขึ้นในปี 1988/9 แต่ก็มีอันต้องล้มเลิกไปเพราะสถานการณ์ต่างๆ ตอนที่นายพลโอมาร์ ฮัสซัน อาห์หมัด อัล-บาชีร์ทำรัฐประหารยึดอำนาจในเดือนมิถุนายน 1989 ในทศวรรษที่ 1990 กองกำลังรัฐบาลได้เปิดฉากการโจมตีทางอากาศไปยังเป้าหมายพลเรือนในซูดานตอน ใต้ คาดว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากสงครามครั้งนี้มากกว่า 1.2 ล้านคน เหตุการณ์นี้เองที่สร้างความย่อยยับให้กับเศรษฐกิจของซูดาน
7. ไทย (Thailand)
คุณ คงรู้แล้ว ผมคงไม่เล่าอะไรมาก แต่มีข้อมูลเสริมนิดหน่อยตรงที่ประเทศไทยยังเป็นประเทศสวรรค์ในการค้ามนุษย์ อาชญากรข้ามชาติ และสนับสนุนการก่อการร้าย อย่างที่เห็นในข่าว เช่น การให้ขบการก่อการร้าย อัล มานาร์ เช่าสัญญาณดาวเทียมไทยคมเผยแพร่รายการไปทั่วโลก การสนับสนุนที่ซ่อนตัวอาชญากรระดับโลกระเบิดบาลี
8. โคลัมเบีย (Columbia)
สงคราม กลางเมืองในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดของโลก ได้ดำเนินมาโดยไม่มีผู้ใดห้ามปรามถึง 35ปีแล้ว แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตนับพันๆ คน กำลังคนราว 15,000 นายจากฝ่ายกองโจรกลุ่มต่างๆ ห้ากลุ่มสามารถควบคุมพื้นที่ในชนบทไว้ได้ถึง 60% ฝ่ายตรงข้ามกับพวกกบฏก็คือกองกำลังรักษาความมั่นคงของโคลอมเบีย และกลุ่มทหารฝ่ายขวาที่ไม่ได้สังกัดหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งรู้จักกันในว่าองค์กรกึ่งทหาร ถึงตอนนี้อำนาจเศรษฐกิจและการเมืองของโคลอมเบียยังคงอยู่ในมือของชนชั้นสูง ซึ่งเป็นผู้บริหารมาโดยตลอด แต่ความขัดแย้งในประเทศนี้มีมากกว่าเรื่องการเมือง แต่สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของประเด็นความขัดแย้งได้แก่การควบคุมกเส้นทางขน ย้ายยาเสพย์ติดและการคอรัปชั่นต่างหาก
9. เฮติ (Haiti)
เฮ ติไม่มีกลุ่มขัดแย้งทำไหร่ แต่ปัญหาก็คือประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตค่อนข้างต่ำ และสุขอนามัยต่ำ ล่าสุดมีการก่อการจลาจลปัญหาความยากจนและวิกฤตราคาอาหารแพง ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแล้วหลายราย
10. เอริเทรีย (Eritrea)
ใน ปี 1993 เอริเทรียก็ได้รับเอกราชภายหลังการต่อสู้อันยาวนาน แต่มีปัญหากับเอธิโปเปียเรื่องเแนวพรมแดนที่ทอดยาวระหว่างกัน การต่อสู้ได้ปะทุขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ.1998 ในบริเวณซึ่งเรียกว่าสามเหลี่ยมแบดเม ซึ่งมีพื้นที่ 400 ตร. กม. การต่อสู้ระหว่างสองประเทศเป็นเหตุให้ประชาชนนับร้อยล้มตายลงและอีกนับพัน ไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อถึงเดือนเมษายนปี 2000 การต่อสู้ที่เกิดขึ้นเป็นพักๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น