วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

5 สิ่งประดิษฐ์... ที่ค้นพบโดยบังเอิญ... แต่เปลี่ยนโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ 

 

 


 

  

เชื่อหรือไม่หลายสิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นผลจากความผิดพลาดโดยแท้ 

โดยความผิดพลาดที่โด่งดังเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ การค้นพบทวีปอเมริกาของ 

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส 

 

บางครั้งความบังเอิญอาจเป็นสิ่งที่โชคดีมากกว่าโชคร้ายก็ได้ เมื่อความบังเอิญแต่ละเรื่อง 

เกิดเปลี่ยนโลก จากความผิดพลาดเล็กๆ กลับกลายเป็นว่าเป็นต้นกำเนิดสิ่งประดิษฐ์หรือ 

ผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย ที่แต่ละอย่างจำเป็นในชีวิตประจำวันแทบทั้งสิ้น 

 

และนี้คือตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นอย่างบังเอิญและเปลี่ยนโลกอย่างไม่น่าเชื่อ 

 

เริ่มต้นจากปี 1886 เมื่อแพทย์และเภสัชกรนาม จอห์น เพมเบอร์ตัน เอาใบต้นโกโก้ 

อเมริกาใต้มาผสมกับผลของต้นโคลา ที่รู้กันดีว่ามีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง และชิมดู 

แล้วเกิดติดใจ เขาเชื่อว่า หัวเชื้อน้ำเชื่อมหรือไซรัปที่คิดค้นขึ้นมาได้โดยบังเอิญนี้ 

จะช่วยบรรเทาความเครียด ความเหนื่อยล้า และอาการปวดฟันได้ เพมเบอร์ตันนำ 

ส่วนผสมนี้ไปยังร้านขายยาใหญ่ที่สุดในแอตแลนตา และจำหน่ายไซรัปครั้งแรกในราคา 

แก้วละ เซ็นต์ 

 

แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อพนักงานขายคนหนึ่งกดหัวฉีดผิด ดันไปผสมไซรัป 

กับโซดาแทนที่จะเป็นน้ำเปล่า และนี่เองคือต้นกำเนิดของโคคา-โคล่า 

 

คุกกี้ช็อกโกแลตชิปเป็นที่โปรดปรานของอเมริกันชนมาเนิ่นนาน ขนมนี้ปรากฏตัว 

ครั้งแรกในทศวรรษ 1930 เมื่อรูท เวกฟิลด์ เจ้าของโรมแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งใน 

แมสซาชูเซตส์ ตัดสินใจสับช็อกโกแลตแท่งเป็นชิ้นเล็กๆ และผสมลงในแป้งดิบที่ 

เตรียมไว้ทำคุกกี้เนย เวกฟิลด์คิดว่า ช็อกโกแลตจะละลายและทำให้คุกกี้มีสีน้ำตาลและ 

มีรสชาติของช็อกโกแลต แต่กลับกลายเป็นว่า เธอประดิษฐ์คุกกี้ชนิดใหม่ที่มีเกล็ด 

ช็อกโกแลตอยู่ข้างในซึ่งได้รับความนิยมอย่างเหลือเชื่อ 

 

กระดาษโน้ตโพสต์-อิตก็เช่นเดียวกัน ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลจากการทดลองที่โชคร้าย 

ของสเปนเซอร์ ซิลเวอร์จากบริษัท 3M ในปี 1968 ตอนนั้น สเปนเซอร์พยายามทำให้ 

เทปที่มีใช้กันอยู่เหนียวติดทนนานยิ่งขึ้น โดยใช้วัสดุที่หนาจนไม่ยอมจมลงในพื้นผิว 

ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้ในการผลิตเทปได้ การค้นพบนี้ถูกลืมไปจนกระทั่งวันหนึ่ง 

เพื่อนร่วมงานของสเปนเซอร์นึกถึงวัสดุดังกล่าวขึ้นมา เพราะเกิดความรำคาญที่ 

ที่คั่นหนังสือชอบเลื่อนหล่นไปจากหน้าเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่เขาไปร้องในโบสถ์ 

แต่เมื่อนำวัสดุของสเปนเซอร์มาใช้ ที่คั่นหนังสือก็ไม่เลื่อนหล่นหายอีก ปี 1980 

โพสต์อิตเปิดตัวในตลาดครั้งแรก 

 

 


 


ปี 1884 นักประดิษฐ์นาม ชาร์ลส์ กู๊ดเยียร์ ค้นพบวิธีนำกำมะถันไปผสมกับยางโดย 


บังเอิญ ทำให้ยางไม่อ่อนตัวเมื่อเจออากาศร้อน และไม่เปราะในสภาพอากาศหนาวเย็น 

นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อวงการยานยนต์แล้ว การค้นพบของกู๊ดเยียร์ยังมีคุณูปการ 

อย่างมากต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้า ที่นำยางไปใช้เป็นฉนวน 

 

อีกหนึ่งการประดิษฐ์คิดค้นที่ดูเหมือนมาจากความผิดพลาดก็คือ เครื่องกระตุ้นหัวใจ 

ปี 1941 วิศวกรไฟฟ้านาม จอห์น ฮอปส์ ได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือให้วิจัยปัญหา 

อุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ เขาพยายามค้นคว้าหาวิธีที่ดียิ่งขึ้นในการปรับอุณหภูมิใน 

ร่างกายของคนที่อยู่ในน้ำ หรือในอากาศหนาวเย็นนานๆ ให้อบอุ่นอย่างรวดเร็ว 

ฮอปส์เลือกใช้การกระจายคลื่นวิทยุความถี่สูง และทันใดนั้นเขาสังเกตว่า การกระตุ้น 

ด้วยไฟฟ้าทำให้หัวใจเต้นอีกครั้งหลังจากหยุดไปเพราะอากาศหนาวเย็นจัด ในปี 1950 

เครื่องกระตุ้นหัวใจเครื่องแรกถูกสร้างขึ้นโดยอิงกับการค้นพบของฮอปส์ แต่อุปกรณ์ 

ดังกล่าวเทอะทะเกินไป ซ้ำบางครั้งยังทำให้ผิวหนังคนไข้ไหม้ 

 

ดร.วิลสัน เกรตแบตช์ เป็นผู้ค้นพบโดยบังเอิญอีกเช่นกันในการพัฒนาอุปกรณ์บันทึก 

อัตราการเต้นของหัวใจ จากการสอดตัวต้านทานกระแสไฟฟ้าเข้าสู่อุปกรณ์ผิดตัว 

ทำให้สามารถจับจังหวะการสั่นของเครื่องวัดกำลังไฟฟ้าที่คล้ายกับการเต้นของหัวใจ 

สองปีหลังจากนั้น เกรตแบตช์สร้างเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบปลูกถ่ายในร่างกายสำเร็จ 

โดยนำความผิดพลาดนี้มาประยุกต์ 

 

ซิลแวน โกลด์แมน เจ้าของสแตนดาร์ด ฟูด มาร์เก็ตส์ในโอกลาโฮมา ซิตี้ สหรัฐฯ 

ประดิษฐ์รถเข็นซื้อสินค้าเป็นรายแรกในปี 1936 จากการเห็นลูกค้ารายหนึ่งวางถุง 

ของชำหนักอึ้งบนของเล่นที่ใช้เชือกลากของลูก โกลด์แมนได้ไอเดียทันที เขานำล้อ 

เล็กๆ มาติดกับตะกร้าจ่ายตลาดธรรมดา ก่อนจะคิดค้นต้นแบบรถเข็นทันสมัยโดยอาศัย 

ความช่วยเหลือจากวิศวกรเครื่องจักรกล กระทั่งมีการผลิตรถเข็นสินค้ากันเป็นล่ำเป็นสัน 

ในปี 1947 

 

แฮร์รี่ วาสิลิกประดิษฐ์ถุงขยะขึ้นมาครั้งแรกในปี 1950 เมื่อเทศบาลเมืองวินนิเพ็ก 

แคนาดา ขอให้วิศวกรรายนี้ผลิตอะไรสักอย่างมาช่วยป้องกันไม่ให้ขยะหล่นร่วงเมื่อใช้ 

เครื่องเก็บขยะ แรกทีเดียว วาสิลิกต้องการออกแบบเครื่องทำความสะอาดระบบ 

สุญญากาศเพื่อเก็บขยะที่ยังร่วงจากเครื่องเก็บขยะ แต่ทันใดนั้นเขาได้ยินคนรู้จักร้อง 

ว่าอยากได้ถุงขยะ เขาจึงตระหนักทันทีว่า ก่อนอื่นต้องเก็บขยะใส่ถุงโพลีเอทิลีน 

เพื่อให้เครื่องเก็บขยะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

... 

... 

  

อันดับ 5 เตาไมโครเวฟ (The Microwave Oven) 

 

 


 

 

เตาไมโครเวฟ คลื่นไมโครเวฟ ที่ใช้ในการอบข้าวโพดคั่วร้อนๆ นี้  ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาวุธ 

สงครามมาก่อน 

 

เพอร์ซี สเปนเซอร์ (Percy LeBaron Spencer) เป็นวิศวกรทำงานด้านเทคโนโลยีเรดาร์ 

ในบริษัทเรธีออน (Raytheon) ตอนนั้นเขากำลังประดิษฐ์แมกนีตรอนสำหรับระบบเรดาห์ 

เพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั้งวันหนึ่งในขณะที่เขากำลังทำงานอยู่กับเรดาร์ 

อยู่นั้น เขาเกิดสังเกตซ็อกโกแลตในกระเป๋าเสื้อของเขาเกิดละลาย ซึ่งแทนทีเขาจะคิด 

ว่าอากาศร้อนมั้งที่ทำให้ละลาย เขากลับคิดว่าต้องมีรังสีที่ล่อนหนแน่ๆ เลยที่ทำให้ 

มันสุก ทันใด 

 

และแล้วเขาก็เริ่มทดลอง โดยอาหารชนิดแรกที่อบโดยตู้อบไมโครเวฟ คือ ข้าวโพดคั่ว 

และ ชนิดที่สองคือ ไข่  ผลทดลองปรากฏว่าได้ข้าวโพดคั่วอร่อยหอมกรุ่น ส่วนไข่นั้น 

เกิดระเบิดตูม!!! 

 

ในปี ค.ศ. 1946 เรธีออน ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการใช้คลื่นไมโครเวฟในการอบอาหาร 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 เรธีออกก็ได้ผลิตเตาอบไมโครเวฟเครื่องแรก เพื่อการพาณิชย์ 

ชื่อ Radarange ซึ่งมีขนาดใหญ่ สูงถึง 6 ฟุต (1.8 เมตร) และ หนัก 750 ปอนด์ 

(340 กิโลกรัม) ซึ่งสูงกว่าเตาอบไมโครเวฟที่เราใช้กันทุกวันนี้ ถึง 3 เท่า การประดิษฐ์ 

นี้ประสบความสำเร็จทางการตลาดมาก และพัฒนาจนเป็นเตาไมโครเวฟที่ใช้ในครัวเรือน 

จนถึงทุกวันนี้ 

… 

… 

  

อันดับ 4 กาวตราช้าง (Krazy Glue and/or Super Glue) 

 

 


 

 

เรื่องราวของกาวตราช้างหรือไซยาโนอะคริเลต (cyanoacrylate) 

ไซยาโนอะคริเลตเป็นหนึ่งในสารยึดติด เริ่มขึ้นในปี 1942 แฮร์รี คูเวอร์ (Harry Coover) 

และอีสต์แมน โคแด็ก (Eastman Kodak) กำลังทำงานในโกดังของบริษัทอาวุธแห่ง 

หนึ่ง (น่าจะใช่) งานของพวกเขาคือวิจัยค้นคว้าการผลิตเลนส์พลาสติกสำหรับลำกล้อง 

ของอาวุธปืนเพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 

 

การทำงานดันผิดพลาดเล็กน้อยเมื่อวัสดุที่พวกเขาสร้างขึ้นกลายเป็นว่าทำให้เครื่องมือ 

และอุปกรณ์ที่เคยบรรจุหรือจับวัสดุนั้นยึดติดกันหมด และไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องเลนส์เลย 

 

ไซยาโนอะคริเลตออกขายสู่ตลาดอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 

โดยใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า แฟลชกลู (Flash Glue) ซึ่งยังคงมีการขายอยู่กระทั่งปัจจุบัน 

 

ไซยาโนอะคริเลตในฐานะกาวแบบแห้งเร็วได้รับการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1956 และ 

ออกขายสู่ตลาดผู้อุปโภคบริโภคในชื่อ อีสต์แมน 910 ใน ค.ศ. 1958 กาวชนิดใหม่นี้ได้ 

แสดงประสิทธิภาพสู่สายตาสาธารณชนในรายการโทรทัศน์ I've Got a Secret โดยมี 

แกร์รี มัวร์ (Garry Moore) เป็นดารารับเชิญ ซึ่งมัวร์นั้นถูกดึงขึ้นกลางอากาศด้วยแผ่น 

เหล็กกล้าสองแผ่นโดยใช้ อีสต์แมน 910 เพียงหนึ่งหยดเท่านั้น 

... 

... 

        

อันดับ 3 กระจกนิรภัย (Safety Glass) 

 

 


 

 

กระจกนิรภัยคือแก้วที่ใช้เป็นส่วนประกอบของรถยนต์และอาคารบ้านเรือน แนวคิดของ 

กระจกที่แม้แต่กระสุนเจาะไม่เข้านี้ มาจากอุบัติเหตุแท้ๆ เมื่อค.ศ.1903 นักเคมีชาวฝรั่งเศส 

ชื่อว่า นายเฮ็ดวาร์ด เบเนดิกตัส (Edouard Benedictus) ชายคนหนึ่งที่ทำงานคล่องแคล่ว 

ก่อนที่จะมาสะดุดเมื่อเขาเกิดไปชนแก้วทดลองตกลงพื้น ขวดแก้วแตก แต่เหลือเชื่อเมื่อ 

เขาสังเกตว่าชินส่วนของขวดแก้วกลับไม่แตกกระจายจากกันเลย 

 

เบเนดิกตัสแปลกใจในสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาจึงวิเคราะห์ทันที จึงรู้ว่าขวดแก้วนี้ก่อนตก 

แตกนั้น ได้บรรจุสารละลายของพลาสติกเหลว ซึ่งสารนี้ได้ระเหยไปในอากาศช้าๆ คง 

ทิ้งพลาสติกเคลือบแก้วเอาไว้ 

 

เบเนดิกตัสนำผลการค้นคว้านี้ไปเสนอให้บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ให้สร้างกระจกหน้าของ 

รถเป็นกระจกเคลือบพลาสติก เพื่อช่วยลดอันตรายจากการอุบัติเหตุ แต่บริษัทรถยนต์แห่ง 

นั้นไม่สนใจ เพราะคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องของคนขับรถไม่ใช่เรื่องของบริษัท อีกอย่าง 

ทางบริษัทก็ไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการลงทุน 

 

ผลการค้นคว้าของเบเนดิกตัสเกือบลงหลุมแล้วแท้ๆ ถ้าไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น 

เมื่อกองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำสารเคลือบพลาสติกมาเคลือบหน้ากากทหารเพื่อป้องกัน 

หน้ากากแตก  นั่นแหละบริษัทรถยนต์แห่งนั้นจึงได้ตระหนักถึงความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ 

และสนใจเรื่องกระจกนิรภัยอีกครั้ง จนพวกมันถูกนำมาติดกับรถใน ค.ศ.1918 และช่วย 

ผู้คนนับหมื่นๆ ล้านรอดพ้นจากอุบัติเหตุจนถึงถึงปัจจุบัน 

...
...
 


อันดับ 
เพนนิซิลิน (Penicillin) 

 

 


 

 

อเล็กซานเดอร์ เฟลนมิง (Alexander Fleming ) นักวิจัยชุลชีววิทยาชาวสก็อต เขาอาจ 

เป็นคนขี้หลงขี้ลืมนิดหน่อย แต่กระนั้นเขาก็เป็นคนแรกที่ค้นพบสิ่งสุดยอดที่รู้จักกันมาก 

ที่สุดในศตวรรตที่ 20 นามเพเนซีลีนหรือยาปฏิชีวนะ 

 

ในวันนั้นเป็นปี ค.ศ.1928 ที่ประเทศอังกฤษ ในขณะที่อเล็กซานเดอร์ เฟลนมิงกำลังเพาะ 

เชื้อแบคทีเรียสแตฟไฟไลคอกโคบนจานแก้วในห้องแล็บนั้น จู่ๆ เขาเกิดคิดได้ว่าเขาติด 

ทำธุระบนชั้นสองเขาออกไปข้างนอกโดยลืมที่จะทำความสะอาดโต๊ะทำงานของเขาและ 

ลืมปิดฝาจานแก้วไว้ ทำให้เชื้อราชนิดหนึ่งที่เฟลนมิ่งเก็บไว้ บังเอิญปลิวลอยตามลมและ 

ตกลงบนจานเพาะนั้น 

 

วันรุ่งขึ้น เฟรนมิงพบว่าพื้นที่จุดหนึ่งบนจานว่างเปล่าไร้แบคทีเรียเมื่อวิเคราะห์ดูแล้วจึงรู้ 

ว่าเพนนิซิลินในเชื้อราได้สังหารแบคทีเรียดังกล่าว 

 

และนี้คือ การค้นพบยาปฏิชีวนะขนานแรกของโลกซะงั้น 

… 

… 

        

อันดับ 1 ไวอากร้า (Viagra) 

 

 


 

        

ภาพจากอินเตอร์เน็ต 

 

แรกเดิมทีเดียว ยาไวอากร้ามีชื่อสามัญว่า Sildenafil ทางแผนกวิจัยของบริษัทไฟเซอร์ 

ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ในการรักษาโรค Angina (เจ็บหน้าอก เนื่องจากเส้นเลือด 

หล่อเลี้ยงหัวใจตีบตัน) เพราะยาตัวนี้ช่วยขยายเส้นเลือดทำให้เลือดไหลผ่านไปได้ 

แต่ผลการทดลองปรากฏว่า ตัวยาไม่ขยายเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจให้ผลดังเป้าหมาย 

แต่กลับไปขยายเส้นเลือดที่บริเวณองคชาตของผู้ชายทำให้เลือดไปคั่งบริเวณนั้น 

ยังผลให้เกิดการแข็งตัวอยู่นาน............. 

 

และนื้คือจุดเริ่มต้นของไวอากร้า 

 

นับจากนั้นเป็นต้นมาไวอากร้า กลายเป็นตัวยายอดนิยมที่มีสถิติการจำหน่ายสูงสุดนำ 

หน้ายาขนานอื่นในสหรัฐอเมริกาเอง นับตั้งแต่การวางตลาดเมื่อวันที่ 10 เมษายน จน 

ถึงสิ้นปี ค.ศ.1998 ประชาชนชาวอเมริกันซื้อยานี้หมดเงินมากกว่า 441 ล้านเหรียญ 

ดอลลาร์ บริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) คาดว่ายอดจำหน่ายแต่ละปีในสหรัฐอเมริกาจะตก 

ประมาณ 600 ล้านเหรียญดอลลาร์ และในทวีปยุโรปรวมทั้งแถบเอเชียคงมียอดขาย 

ใกล้เคียงกับจำนวนนี้เช่นกัน
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น